เฮ้อ ไม่มา update blog ซะนาน เนื่องจาก Net ที่หอมันห่วยแตกจิงๆ
(ไม่กล้าบอกว่าไม่มีเวลา เนื่องจากเพิ่งไปอ่านเรื่องยักษ์ของณิชามา อิอิ)
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมาซวยจิงๆ โดนกระชากกระเป๋าที่หน้าปากซอย ทั้งๆที่เดินอยู่กะน้องชาย
ตอนแรกๆถึงกับจิตตกไปเหมือนกันเนื่องจากเสียทรัพย์ไปหลายอยู่ คือรวมของทุกอย่างที่หายไปนี่เกือบหมื่นได้
แต่พอเวลาผ่านไปก้อเริ่มคิดได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันมาจากสาเหตุเดียวคือ "ความประมาท"
ประมาทที่พกเงินสดไว้เยอะแยะ ทั้งๆ ที่ปกติก้อพกแค่นิดหน่อยเท่านั้น แต่ประมาทก้อเลยไม่เก็บไว้ในธนาคารก่อน
ประมาทที่กลับดึกไปหน่อย ก้อวันนั้นไปกินข้าวกับพี่เอ๋ น้องเตี้ย น้องจุ มาแล้วก้อเม้าท์กันอย่างเมามัน เวลาจึงล่วงเลยไปมากอยู่
ประมาทที่เดินไม่ระวัง คือเดินด้านที่ติดถนน ที่ถูกคือควรเดินชิดฟุตบาท
ประมาทที่ถือกระเป๋าไม่ระวัง คือถือด้วยมือไม่ได้สะพาย เพราะกระเป๋าใบเล็กหูสั้นด้วย แถมถือแบบหลวมๆอีก ตอนมันเอาไปนี่ง่ายมากๆ
ประมาทที่ไม่รู้จักจดเอาไว้ว่าในกระเป๋าตังมีบัตรเครดิตอะไรบ้าง แล้วถ้าหายไปต้องโทรไปอายัดที่ไหน ทำให้ตอนหายจิงๆ ต้องเสียเวลาหาข้อมูลอยู่นาน กว่าจะโทรได้ครบหมด นี่ถ้าโจรมืออาชีพซะหน่อยคงเอาบัตรไปรูดตูดบานแน่กรู
สุดท้ายนี้ก้อเลยอยากให้เพื่อนๆ ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทกันนะคะ เป็นห่วงค่า
วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552
Knowing
เมื่อวานโดดเรียนตอนบ่ายไปดูหนังมา เพราะว่าอาจารย์สอนได้น่าเบื่อมาก สอนไม่รู้เรื่อง ไม่สนใจบรรยากาศในห้องเลยว่าไม่มีใครฟังเค้าพูดรู้เรื่อง เพราะฉะนั้นแล้วเราจะทนนั่งเรียนทำไม โดดไปเลยดีก่า 555 ก้อเลยได้ไปดูเรื่อง Knowing ที่ pantip บอกว่าสนุกอย่างนั้นอย่างนี้ เริ่มกันเลยดีกว่า Knowing คือหนังแอ็คชั่น/ไซไฟ ที่พูดถึงคำพยากรณ์ที่กลายเป็นเรื่องจริงอันน่ากลัว และความพยายามของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการยับยั้งมัน ผู้กำกับคือ อเล็ค โปรยาส (I Robot, Dark City) และนำแสดงโดย นิโคลัส เคจ
เรื่องย่อนะจ๊ะ ปีค.ศ. 1958 โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมฉลองการสร้างตึกใหม่โดยให้พวกเขาวาดรูปอะไรก็ได้ตามใจ เพื่อที่จะใส่ลงไปในแคปซูลและฝังดินเอาไว้ มีเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่เขียนตัวเลขจำนวนมากอยู่บนกระดาษ แทนที่จะวาดรูปเหมือนกับเพื่อนๆ และห้าสิบปีต่อมา แคปซูลลูกนี้ถูกขุดขึ้นมาโดยเด็กนักเรียนปัจจุบันซึ่งกระดาษปริศนาของเด็กหญิงคนนั้นก็เป็นโค้ดลับที่ทำนายภัยร้ายที่เกิดขึ้นมาในรอบ 50 ปีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งรวมถึงสถานที่, วันเดือนปีที่เกิด และยอดผู้เสียชีวิตอีกด้วย และที่น่ากลัวที่สุดคือ กระดาษใบนั้นได้ทำนายถึงอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภัยสุดท้ายที่สามารถทำลายล้างโลกนี้ได้
ให้คะแนนเลยนะ เอาไป 7/10 ละกัน จริงๆเราชอบความอลังการของฉากเครื่องบินตกบน Hideway และฉากรถไฟฟ้าใต้ดินมากนะเพราะรู้สึกเหมือนจริงจนน่าตกใจ แต่หักคะแนนที่หนังดำเนินเรื่องบางช่วงอืดจนง่วง และเป็นหนังที่เดาได้ ไม่ให้เราได้คิดอะไรเท่าไหร่น่ะ
เรื่องย่อนะจ๊ะ ปีค.ศ. 1958 โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมฉลองการสร้างตึกใหม่โดยให้พวกเขาวาดรูปอะไรก็ได้ตามใจ เพื่อที่จะใส่ลงไปในแคปซูลและฝังดินเอาไว้ มีเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่เขียนตัวเลขจำนวนมากอยู่บนกระดาษ แทนที่จะวาดรูปเหมือนกับเพื่อนๆ และห้าสิบปีต่อมา แคปซูลลูกนี้ถูกขุดขึ้นมาโดยเด็กนักเรียนปัจจุบันซึ่งกระดาษปริศนาของเด็กหญิงคนนั้นก็เป็นโค้ดลับที่ทำนายภัยร้ายที่เกิดขึ้นมาในรอบ 50 ปีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งรวมถึงสถานที่, วันเดือนปีที่เกิด และยอดผู้เสียชีวิตอีกด้วย และที่น่ากลัวที่สุดคือ กระดาษใบนั้นได้ทำนายถึงอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภัยสุดท้ายที่สามารถทำลายล้างโลกนี้ได้
ให้คะแนนเลยนะ เอาไป 7/10 ละกัน จริงๆเราชอบความอลังการของฉากเครื่องบินตกบน Hideway และฉากรถไฟฟ้าใต้ดินมากนะเพราะรู้สึกเหมือนจริงจนน่าตกใจ แต่หักคะแนนที่หนังดำเนินเรื่องบางช่วงอืดจนง่วง และเป็นหนังที่เดาได้ ไม่ให้เราได้คิดอะไรเท่าไหร่น่ะวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552
CHANGE
กรี๊ดส์สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
ถึงคิวเรื่อง CHANGE ซะที ชอบมากอ่ะเรื่องนี้
เป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่น 11 ตอน นำแสดงโดย ขวัญใจเราเอง (และอีกหลายๆคน) TAKUYA ค่ะ
เรื่องย่อนะจ๊ะ ตอนแรกพระเอกเป็นคุณครูสอนเด็กประถมอยู่ต่างจังหวัด เอ่อ หน้าตาก็เป็นแบบนี้ค่ะ (อย่าตกใจนะตัวเอง ตอนแรกเราเห็นนี่แทบจะไม่อยากดูต่อเลยอ่ะ หัวใจสลาย)
แต่แล้วก้อมีเหตุให้พระเอกของเราลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นส.ส. หน้าตาก็เปลี่ยนเป็นแบบนี้ค่ะ โอ๊ย หล่อออออออออ
ตอนแรกเนี่ยถูกบังคับตอนหลังเลือดนักการเมืองในสายเลือดเริ่มกำเริบพระเอกเลยสู้ขาดใจค่ะ เท่ห์โครตๆ จากนั้นก้อยังมีเหตุการณ์พลิกผันให้คนที่ไม่ค่อยรู้ (ไม่รู้เลยดีก่า) เรื่องการเมืองต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกฯ ของญี่ปุ่น (เหตุการณ์อะไรลองไปดูเองนะ มะบอกหรอก) ความสนุกก้อเริ่มตรงนี้แหล่ะ พระเอกไม่ใช่ขี้ๆ เหมือนที่หลายๆ คนเข้าใจว่าจะมาจูงจมูกพระเอกง่ายๆ นะคะ เพราะพระเอกเห็นว่าประชาชนสำคัญที่สุด ดังนั้นการที่จะอนุมัติอะไรซักเรื่อง พระเอกจะค้นคว้าและสืบเสาะจนกระจ่างค่ะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกก เท่ห์สุดๆ แต่ด้วยความที่พระเอกเป็นคนตรงแบบนี้ทำให้มีอุปสรรคและศัตรูเยอะเป็นธรรมดา ความสนุกของเรื่องอีกจุดคือการแก้ปัญหาต่างๆ ของพระเอกนี่แหล่ะค่ะ ดังนั้นจึงอยากให้เพื่อนๆติดตามพี่ทาคูยะด้วยนะคะ
สรุปว่า CHANGE เนี่ยตามความคิดเราคือ
- พระเอกเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากคุณครูที่ทำเพื่อเด็กๆ เป็นนายกฯ ที่ทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ
- พระเอกทำให้หลายๆคนที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับเค้า เปลี่ยนความคิดหลายๆอย่าง
- พระเอกทำให้วงการการเมืองของญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ให้คะแนนดีก่าค่ะ เรื่องนี้เอาไป 9.5/10 ค่ะ หักที่มีฉากพระเอกหัวฟูบ่อยไปหน่อย เห็นแล้วทำใจไม่ค่อยได้ค่ะ นอกนั้นไม่รู้จะหักคะแนนจากตรงไหนค่ะ เลิศ ไปหมด อิอิ
ถึงคิวเรื่อง CHANGE ซะที ชอบมากอ่ะเรื่องนี้
เป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่น 11 ตอน นำแสดงโดย ขวัญใจเราเอง (และอีกหลายๆคน) TAKUYA ค่ะ
เรื่องย่อนะจ๊ะ ตอนแรกพระเอกเป็นคุณครูสอนเด็กประถมอยู่ต่างจังหวัด เอ่อ หน้าตาก็เป็นแบบนี้ค่ะ (อย่าตกใจนะตัวเอง ตอนแรกเราเห็นนี่แทบจะไม่อยากดูต่อเลยอ่ะ หัวใจสลาย)
แต่แล้วก้อมีเหตุให้พระเอกของเราลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นส.ส. หน้าตาก็เปลี่ยนเป็นแบบนี้ค่ะ โอ๊ย หล่อออออออออ
ตอนแรกเนี่ยถูกบังคับตอนหลังเลือดนักการเมืองในสายเลือดเริ่มกำเริบพระเอกเลยสู้ขาดใจค่ะ เท่ห์โครตๆ จากนั้นก้อยังมีเหตุการณ์พลิกผันให้คนที่ไม่ค่อยรู้ (ไม่รู้เลยดีก่า) เรื่องการเมืองต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกฯ ของญี่ปุ่น (เหตุการณ์อะไรลองไปดูเองนะ มะบอกหรอก) ความสนุกก้อเริ่มตรงนี้แหล่ะ พระเอกไม่ใช่ขี้ๆ เหมือนที่หลายๆ คนเข้าใจว่าจะมาจูงจมูกพระเอกง่ายๆ นะคะ เพราะพระเอกเห็นว่าประชาชนสำคัญที่สุด ดังนั้นการที่จะอนุมัติอะไรซักเรื่อง พระเอกจะค้นคว้าและสืบเสาะจนกระจ่างค่ะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกก เท่ห์สุดๆ แต่ด้วยความที่พระเอกเป็นคนตรงแบบนี้ทำให้มีอุปสรรคและศัตรูเยอะเป็นธรรมดา ความสนุกของเรื่องอีกจุดคือการแก้ปัญหาต่างๆ ของพระเอกนี่แหล่ะค่ะ ดังนั้นจึงอยากให้เพื่อนๆติดตามพี่ทาคูยะด้วยนะคะ
สรุปว่า CHANGE เนี่ยตามความคิดเราคือ
- พระเอกเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากคุณครูที่ทำเพื่อเด็กๆ เป็นนายกฯ ที่ทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ
- พระเอกทำให้หลายๆคนที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับเค้า เปลี่ยนความคิดหลายๆอย่าง
- พระเอกทำให้วงการการเมืองของญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ให้คะแนนดีก่าค่ะ เรื่องนี้เอาไป 9.5/10 ค่ะ หักที่มีฉากพระเอกหัวฟูบ่อยไปหน่อย เห็นแล้วทำใจไม่ค่อยได้ค่ะ นอกนั้นไม่รู้จะหักคะแนนจากตรงไหนค่ะ เลิศ ไปหมด อิอิ
Shop Shop
รู้สึกว่าช่วงนี้ไปช้อปบ่อยมากกกกกกกก สังเกตได้จากเงินที่ร่อยหรอลงไปทุกทีๆ
ก็เลยจะมาเล่าให้ฟังว่าไป Shop อะไรมาบ้าง
ช่วงต้นเดือนไปถอยชุดประทินผิวของ The body shop มาเป็นชุด white ก้อหลายตังอยู่ แต่แหมเครื่องสำอางค์ใครๆ ก้อต้องซื้อทั้งนั้นแหล่ะ จิงมะ
กลางเดือนแอบไป platinum กะน้องๆ ตอนพักกลางวันเนื่องจากนายไม่อยู่ (และงานเสร็จแล้วด้วยนะ) เดินแบบรีบๆ เลยได้มา 4 ชิ้น เป็นเสื้อ 3 และ หมวกไว้ไปทะเลอีก 1
เกือบๆปลายเดือนไป Union Mall กะน้องลาวมา เดินเล่นๆ ได้มาอีก 5 ตรูจะบ้าตาย เสื้อ 1 กางเกง 1 แว่นกันแดด 1 เสื้อทับในอีก 2
และปลายเดือนจริงๆ เพื่อนก้อชวนไป platinum อีกรอบ คราวนี้ไปวันเสาร์แบบเต็มวัน เดินตั้งแต่เที่ยงยัน 1 ทุ่มตรง ได้มาอีก 8 ชิ้น คือ แว่นกันแดด 1 (อีกแล้ว) เข็มขัด 1 ที่เหลือก็เสื้อล้วนๆจ๊ะ
เพิ่งมานั่งคิดได้เรานี่มันบ้าจิงๆ จะซื้อไรกันมากมาย ซื้อจนตู้จะระเบิดอยู่แล้น สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ซื้ออีกซัก 2 เดือน ไม่งั้นจนตายแน่ๆ
ยังไงก้อขอบคุณผู้มีอุปการะคุณที่สนับสนุนการไป platinum รอบสุดท้ายนี้นะจ๊ะ
ก็เลยจะมาเล่าให้ฟังว่าไป Shop อะไรมาบ้าง
ช่วงต้นเดือนไปถอยชุดประทินผิวของ The body shop มาเป็นชุด white ก้อหลายตังอยู่ แต่แหมเครื่องสำอางค์ใครๆ ก้อต้องซื้อทั้งนั้นแหล่ะ จิงมะ
กลางเดือนแอบไป platinum กะน้องๆ ตอนพักกลางวันเนื่องจากนายไม่อยู่ (และงานเสร็จแล้วด้วยนะ) เดินแบบรีบๆ เลยได้มา 4 ชิ้น เป็นเสื้อ 3 และ หมวกไว้ไปทะเลอีก 1
เกือบๆปลายเดือนไป Union Mall กะน้องลาวมา เดินเล่นๆ ได้มาอีก 5 ตรูจะบ้าตาย เสื้อ 1 กางเกง 1 แว่นกันแดด 1 เสื้อทับในอีก 2
และปลายเดือนจริงๆ เพื่อนก้อชวนไป platinum อีกรอบ คราวนี้ไปวันเสาร์แบบเต็มวัน เดินตั้งแต่เที่ยงยัน 1 ทุ่มตรง ได้มาอีก 8 ชิ้น คือ แว่นกันแดด 1 (อีกแล้ว) เข็มขัด 1 ที่เหลือก็เสื้อล้วนๆจ๊ะ
เพิ่งมานั่งคิดได้เรานี่มันบ้าจิงๆ จะซื้อไรกันมากมาย ซื้อจนตู้จะระเบิดอยู่แล้น สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ซื้ออีกซัก 2 เดือน ไม่งั้นจนตายแน่ๆ
ยังไงก้อขอบคุณผู้มีอุปการะคุณที่สนับสนุนการไป platinum รอบสุดท้ายนี้นะจ๊ะ
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552
Rec. ปิดตึกสยอง
หวัดดีเพื่อนๆ ไม่ได้ up blog มาหลายวัน ไม่ใช่ขี้เกียจนะคะ แต่เพราะ Net ที่หอจาก Net เต่า กลายเป็น Net เต่าตายค่ะ เซ็งจิงๆ
เป็นหนังซอมบี้ ของสเปน ใช้เทคนิคการถ่ายแบบ Hand-Held (เหมือนถ่ายจากกล้อง handycam)ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ตอนแรกนึกว่าจะปวดหัวเหมือนเรื่อง Blair witch project (สอดรู้สอดเห็น สอดเป็นสอดตาย) แต่กับเรื่องนี้กลับไม่เป็นแฮะ รู้สึกสนุกดี ตื่นเต้นเร้าใจมาก เล่าเรื่องย่อๆ ให้ฟังนะ คือนักข่าวสาวได้ติดตามหน่วยดับเพลิงเข้าไปในตึกที่มีคนโทรมาแจ้งว่าได้ยินเสียงแปลกๆ แต่เมื่อทั้งหมดเข้าไปแล้วก็เจอกับป้าอ้วนในรูปข้างบนนี่แหล่ะ ผีบ้าไรไม่รู้วิ่งเร็วมาก วิ่งไปร้องไปอีกต่างหาก น่ากลัวจิงๆ และที่สำคัญคือเข้าไปในตึกแล้วดันออกมาไม่ได้เพราะมีบางหน่วยงานรู้ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น จึงออกคำสั่งปิดตายตึกนี้ซะ แล้วคิดดูว่ามีคนประมาณ 10 ชีวิตที่ต้องอยู่ในนั้นกับไอ้ผีบ้าวิ่งเร็วนี้ แล้วมันก็ไม่ได้มีตัวเดียวด้วยนะ เราชอบหนังเรื่องนี้ที่ทำให้เราตื่นเต้น ลุ้นระทึกตลอดเวลาไม่รู้ว่าไอ้ผีบ้าจะออกมาเมื่อไหร่ ออกมาแต่ละทีหัวใจจะวาย แล้วผีมันก้อดูน่ากลัวจิงๆ สำหรับคนที่ชอบแนวนี้ไม่ควรพลาดนะจ๊ะ
ตัดเกรดเลยดีก่า เรื่องนี้ถูกใจเอาไป 9/10 หักที่ช่วงแรกๆ อืดไปนิดส์ และไม่มีผู้ชายหน้าตาดีให้หัวใจได้พองโตบ้างเล้ย
วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552
น้อยนิดแต่มหาศาล
จริงๆ วันนี้อยากเขียนเรื่องที่พวกเราสาวสวย (กุ้ง,ยุ,ดา,นิ,แจ๊คและแจ๊นา) ไปเที่ยวหัวหินกันวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามากกว่าแต่เนื่องจากยังไม่ได้รูปจากยุ ก็เลยติดไว้เขียนคราวหน้าพร้อมอวดรูปไปด้วยดีกว่า
วันนี้ก็เลยจะเขียนเรื่อง "น้อยนิดแต่มหาศาล" แทน
- เริ่มที่เย็นวันศุกร์ แวะไป EY ชั้น 30 ที่แสนคุ้นเคย ได้เจอพี่ๆ น้องๆ หลายคนที่ไม่ได้เจอมาหลายเดือน
น้อยนิด ---> คำทักทายสั้นๆ ง่ายๆ "สวัสดี" "สบายดีป่าว" "สดใสขึ้นนะ"
มหาศาล ---> นี่แหล่ะผู้คนที่ชั้นแสนจะคุ้นเคย ในสถานที่ที่คุ้นเคย ความรู้สึกดีๆพุ่งปี๊ดเชียว
- วันเสาร์ได้เที่ยวกับเพื่อนๆ
น้อยนิด----> ไปกันแค่ 5 คนเท่านั้น
มหาศาล----> แต่มันรู้สึกว่าสนุกจังเลย ไม่มีความรู้สึกเหงา เหมือนมีเพื่อนมากมายมาอยู่ด้วยกัน
- ระยะเวลาที่นั่งอยู่บนรถระหว่างทางไปหัวหิน
น้อยนิด----> แค่ 2-3 ชั่วโมง
มหาศาล----> แต่เราได้ทำการแลกเปลี่ยนข่าวสาร อย่างมากมายจิงๆ เหมือนย่อเวลาเหตุการณ์ต่างๆ มากมายมาไว้รวมกันเพียงไม่กี่ชม.
- หัดว่ายน้ำ
น้อยนิด----> ว่ายได้แค่ 2 แบบ แบบดำน้ำตลอด กะ แบบลอยคอตลอด
มหาศาล----> ดีใจ ภูมิใจ เป็นที่สุด คนที่ว่ายน้ำเป็นอยู่แล้วคงไม่รู้สึกหรอกว่ามันยากส์แค่ไหน กว่าจะว่ายได้แค่นี้ ดีใจมากกกกกกกก
- Play card
น้อยนิด----> ได้เงินมาน้อยนิดจิงๆ ประมาณ 20 บาทได้
มหาศาล----> ได้เล่นกะเพื่อนๆ สนุกจิงๆ เล่นไป ขำไป โง่กันไป ด่ากันไป 555+
- My call
น้อยนิด-----> ทั้งพ่อ แม่ และชิว โทรมาหาคนละนาที สองนาที กับคำพูดธรรมดาๆ "เป็นไง ถึงหรือยัง อากาศดีมั้ย ระวังตัวด้วยนะ"
มหาศาล-----> รู้สึกอบอุ่นมากมาย ที่มีคนเป็นห่วงแบบนี้
หมดแระ คิดไม่ออกแล้วล่ะ แต่ทั้งนี้ก้อต้องขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดเรื่อง "น้อยนิดแต่มหาศาล" นะจ๊ะ
Love U All
วันนี้ก็เลยจะเขียนเรื่อง "น้อยนิดแต่มหาศาล" แทน
- เริ่มที่เย็นวันศุกร์ แวะไป EY ชั้น 30 ที่แสนคุ้นเคย ได้เจอพี่ๆ น้องๆ หลายคนที่ไม่ได้เจอมาหลายเดือน
น้อยนิด ---> คำทักทายสั้นๆ ง่ายๆ "สวัสดี" "สบายดีป่าว" "สดใสขึ้นนะ"
มหาศาล ---> นี่แหล่ะผู้คนที่ชั้นแสนจะคุ้นเคย ในสถานที่ที่คุ้นเคย ความรู้สึกดีๆพุ่งปี๊ดเชียว
- วันเสาร์ได้เที่ยวกับเพื่อนๆ
น้อยนิด----> ไปกันแค่ 5 คนเท่านั้น
มหาศาล----> แต่มันรู้สึกว่าสนุกจังเลย ไม่มีความรู้สึกเหงา เหมือนมีเพื่อนมากมายมาอยู่ด้วยกัน
- ระยะเวลาที่นั่งอยู่บนรถระหว่างทางไปหัวหิน
น้อยนิด----> แค่ 2-3 ชั่วโมง
มหาศาล----> แต่เราได้ทำการแลกเปลี่ยนข่าวสาร อย่างมากมายจิงๆ เหมือนย่อเวลาเหตุการณ์ต่างๆ มากมายมาไว้รวมกันเพียงไม่กี่ชม.
- หัดว่ายน้ำ
น้อยนิด----> ว่ายได้แค่ 2 แบบ แบบดำน้ำตลอด กะ แบบลอยคอตลอด
มหาศาล----> ดีใจ ภูมิใจ เป็นที่สุด คนที่ว่ายน้ำเป็นอยู่แล้วคงไม่รู้สึกหรอกว่ามันยากส์แค่ไหน กว่าจะว่ายได้แค่นี้ ดีใจมากกกกกกกก
- Play card
น้อยนิด----> ได้เงินมาน้อยนิดจิงๆ ประมาณ 20 บาทได้
มหาศาล----> ได้เล่นกะเพื่อนๆ สนุกจิงๆ เล่นไป ขำไป โง่กันไป ด่ากันไป 555+
- My call
น้อยนิด-----> ทั้งพ่อ แม่ และชิว โทรมาหาคนละนาที สองนาที กับคำพูดธรรมดาๆ "เป็นไง ถึงหรือยัง อากาศดีมั้ย ระวังตัวด้วยนะ"
มหาศาล-----> รู้สึกอบอุ่นมากมาย ที่มีคนเป็นห่วงแบบนี้
หมดแระ คิดไม่ออกแล้วล่ะ แต่ทั้งนี้ก้อต้องขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดเรื่อง "น้อยนิดแต่มหาศาล" นะจ๊ะ
Love U All
วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2552
บรื๋ออออออ
ถ้าใครกลัวผีก้อข้ามเรื่องนี้ไปได้นะ เล่าแล้วยังขนลุกอยู่เลย
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อคืนเราเข้าตอนประมาณเที่ยงคืน แต่น้องเรานอนตอนตีสอง
และแล้วตอนตีห้า... อยู่ๆเราก้อรู้สึกตัวขึ้นมา แล้วก้อได้ยินเสียง ฮือ ฮือ ฮือ....นานมากกกกกกกก
ตอนแรกนึกว่าเราง่วงแล้วคิดไปเอง ก้อเลยตั้งสติแล้วตั้งใจฟังใหม่ ซึ่งตอนนั้นก้อเริ่มกลัวนิดๆละ
แต่ยังไงเราก้อยังได้ยินเสียงนั้นอยู่ดี ฮือ ฮือ ฮือ เป็นเสียงที่ดังอย่างต่อเนื่องแทบจะไม่หยุดหายใจ
คราวนี้เรากลัวแบบสุดๆ เลยกระเถิบเอาตัวไปชิดกับน้อง แล้วน้องเรามันก้อโวยวายขึ้นมา
" แมร่งไรกันนักหนาวะ หนวกหูโว๊ย คนจะหลับจะนอน"
เอาแล้วไง ไอ้บ้าพูดแบบนี้ได้ไงวะเดี๋ยวมันก้อมาหักคอตายพอดี
แต่ด้วยความตกใจบวกกับดีใจนิดๆ ที่ไม่ใช่ชั้นได้ยินคนเดียวเลยถามน้องไปว่า
" ได้ยินเหมือนกันใช่มะ "
น้อง "เออเด่ะ"
เราทำเป็นใจสู้ (จริงๆแล้วกลัวมาก) "เปิดไฟซิ"
น้องเราก้อไปเปิดไฟ ก้อไม่เห็นอะไร เหมือนห้องเราปกตินี่นา ไม่มีไรเกิดขึ้น แต่เสียงยังอยู่ ฮือ ฮือ ฮือ
แล้วน้องเราก้อเป็นผู้ชี้ทางสว่าง "เสียงพัดลมนี่หว่า แมร่งเอ๊ย... ใครวะประกอบเครื่องไม่แน่น แมร่งหอนอยู่ได้"
กรรมจิงๆ สรุปว่า พัดลมไม่แน่นมันก้อเลยหอน อิอิ
555 โชคดีจิงๆ ที่ไม่มีอะไร แล้วคนอ่านเป็นไงมั่ง กลัวจนขนลุกเลยป่าว เอิ๊กส์
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อคืนเราเข้าตอนประมาณเที่ยงคืน แต่น้องเรานอนตอนตีสอง
และแล้วตอนตีห้า... อยู่ๆเราก้อรู้สึกตัวขึ้นมา แล้วก้อได้ยินเสียง ฮือ ฮือ ฮือ....นานมากกกกกกกก
ตอนแรกนึกว่าเราง่วงแล้วคิดไปเอง ก้อเลยตั้งสติแล้วตั้งใจฟังใหม่ ซึ่งตอนนั้นก้อเริ่มกลัวนิดๆละ
แต่ยังไงเราก้อยังได้ยินเสียงนั้นอยู่ดี ฮือ ฮือ ฮือ เป็นเสียงที่ดังอย่างต่อเนื่องแทบจะไม่หยุดหายใจ
คราวนี้เรากลัวแบบสุดๆ เลยกระเถิบเอาตัวไปชิดกับน้อง แล้วน้องเรามันก้อโวยวายขึ้นมา
" แมร่งไรกันนักหนาวะ หนวกหูโว๊ย คนจะหลับจะนอน"
เอาแล้วไง ไอ้บ้าพูดแบบนี้ได้ไงวะเดี๋ยวมันก้อมาหักคอตายพอดี
แต่ด้วยความตกใจบวกกับดีใจนิดๆ ที่ไม่ใช่ชั้นได้ยินคนเดียวเลยถามน้องไปว่า
" ได้ยินเหมือนกันใช่มะ "
น้อง "เออเด่ะ"
เราทำเป็นใจสู้ (จริงๆแล้วกลัวมาก) "เปิดไฟซิ"
น้องเราก้อไปเปิดไฟ ก้อไม่เห็นอะไร เหมือนห้องเราปกตินี่นา ไม่มีไรเกิดขึ้น แต่เสียงยังอยู่ ฮือ ฮือ ฮือ
แล้วน้องเราก้อเป็นผู้ชี้ทางสว่าง "เสียงพัดลมนี่หว่า แมร่งเอ๊ย... ใครวะประกอบเครื่องไม่แน่น แมร่งหอนอยู่ได้"
กรรมจิงๆ สรุปว่า พัดลมไม่แน่นมันก้อเลยหอน อิอิ
555 โชคดีจิงๆ ที่ไม่มีอะไร แล้วคนอ่านเป็นไงมั่ง กลัวจนขนลุกเลยป่าว เอิ๊กส์
วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552
เรื่องไร้สาระเรื่องหนึ่ง
แค่คิดจะเขียนก้อเหนื่อยใจแล้วว่ะเรื่องนี้ ก่อนจะเขียนก้อนั่งเรียบเรียงอยู่พักนึง คิดไปคิดมา แมร่งก้อไร้สาระจริงๆ แต่ยังไงก้อยังอยากเขียนอยู่ดี 555
วันนี้ตอนเย็นกำลังจะกลับบ้าน รูดบัตรรถไฟฟ้าใต้ดินเรียบร้อย "Nobody Nobody But You..." เสียง ring tone ของเรานั่นเอง
หมูอ้วน "เบอร์รี่ อยู่ไหนแย้ว"
เรา "รถไฟฯ สีลมจ๊ะ"
หมูอ้วน "พอดีเลย ไปกินกาแฟ Coffee world กันนะ เค้ากำลังจะถึงพอดี"
เราก้อคิดอยู่ในใจว่า โหกรูอุตส่าห์เดินจากป้ายรถเมล์มาถึงสถานีใต้ดินตั้งไกลนะเนี่ย แต่เอาฟระ เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นี้ก็จะไปเที่ยวหิวหินกับเพื่อนๆ ได้เจอกันบ่อยๆ หน่อยดีกว่า จะได้บรรเทาความคิดถึงช่วงสุดสัปดาห์ที่จะไม่ได้เจอกันไปได้บ้าง " OK ตัวเองอยู่ตรงไหนล่ะ"
หมูอ้วน "จะถึงแล้วเนี่ย"
เรา "ได้ งั้นเดี๋ยวรอตรงทางออกก่อนรูดบัตรนะ"
เกือบสิบนาทีผ่านไปปปปปปปปปปป ไหนฟระ ก้อเลยโทรไป
เรา "อยู่ไหนล่ะ ไหนบอกจะถึงแล้วไง"
หมูอ้วน "นี่ไง อยู่หน้าจุ่มแซ่บแล้วเนี่ย ตัวเองล่ะ"
เวงกำ จุ่มแซ่บนั่นมันสีลมคอมเพล็กซ์แล้วนะยะ
เราก้อของขึ้นเรยยยยยยยยทีนี้ "ไหนบอกว่ารอตรงทางออกไง แล้วไปตรงนั้นได้ไงฟระ ชั้นยืนรออยู่ตรงนี้เนี่ยไม่เห็นผ่านชั้นไปเรยฮะ"
หมูอ้วน "อ้าว นี่ตกลงอยู่ไหนเนี่ย อ้อ รถไฟใต้ดินเหรอ เค้านึกว่ารถไฟฟ้าศาลาแดง"
เราบ่นงุมงำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แมร่งคิดว่าเป็นรถไฟฟ้าได้ไงฟระ ตรูกลับด้วยรถไฟใต้ดินอยู่ทั้งปีทั้งชาติเนี่ย จะไปรถไฟฟ้าไงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ไอ้บร้า โอ๊ย โกรธธธธธธธธธธธธธธธธธธธ ช่วงนี้เมนส์ใกล้มาเยี่ยมอยู่นะเฟร้ย รมณ์บ่ จอย เฟร้ย
หมูอ้วน "ฮะฮะฮะ สงสัยเค้าจะความจำเสื่อมแล้วล่ะ (เหมือนหนังเรื่องความจำสั้นแต่รักฉันยาวน่ะ) ทำไงดี แล้วอย่างนี้ตัวเองจะดูแลเค้ามั้ยเนี่ย งั้นตัวเองเดินมาแล้วกันนะ เดี๋ยวเค้ารอตรงนี้"
กรรม ของกรู ของกำลังขึ้นอยู่ ยังไม่เคลียร์ ยังจะมายิงมุขตอนนี้ เฮ้อ ไอ้เราก้อเดินไปสงบอารมณ์ไป 1 2 3 4 5 6 ... 10 สาบานได้ว่าเดินนับไปอย่างนี้จริงๆ เพราะไม่อยากให้เจอกันแล้วไม่สบายใจ แต่ก้อแอบคิดในใจ เดี๋ยวชิวต้องสำนึกผิดแล้วเดินมารับเราแน่ๆ เดี๋ยวต้องเจอกันระหว่างทางแน่เลย แต่เอ๊ะจะเดินสวนกันมั้ยนะ เราก้อเลยเดินไป มองซ้ายที ขวาที เหมือนคนทำของหาย เดินไปเรื่อยๆ จนถึงที่นัดหมาย ต้องตัดใจแล้วล่ะ ชิวไม่มารับตรูแน่ น่าน ยืนรอในห้างแอร์เย็นๆ อยู่นั่นเองงงง เอาวะ ไหนๆแล้ว ใจเย็นเข้าไว้
ระหว่างทางเดินไปร้านกาแฟ
เรา "อยากกินวาฟเฟิลใส่ไอติมด้วยนะ"
หมูอ้วน "เดี๋ยวก้ออ้วนหรอก เดี๋ยวก้อต้องกลับไปกินข้าวอีกนะ"
เรา "ไม่กินแล้ว จะกินแต่วาฟเฟิลแทนข้าวนี่แหล่ะ"
หมูอ้วน "จะดีเหรอ"
เรา "โอ๊ย จะกิน จะกิน จะกิน" พูดไปพร้อมกระทืบเท้าด้วย ของขึ้นรอบสองแล้วนะเฟร้ยยยย
ถึงแล้วร้านกาแฟ เฮ้อได้นั่งโซฟานุ่มๆ แอร์เย็นๆ ค่อยยังชั่วหน่อย ภูเขาไฟเริ่มสงบ นั่งแกะขนมเค้กต้นกก รสช็อคนิ่ม กับ รสส้ม ให้ชิวกินอย่างพิถีพิถัน อื้มอร่อย ความรักเริ่มหมุนรอบตัวอีกครั้ง 555 กาแฟมาเสริฟ อื้มมม อร่อย กินกับวิปครีมยิ่งอร่อย
หมูอ้วน "กินทั้งกาแฟ ทั้งวาฟเฟิล นี่เท่ากับกินข้าว 4 จานเลยนะเนี่ย"
วันนี้ตอนเย็นกำลังจะกลับบ้าน รูดบัตรรถไฟฟ้าใต้ดินเรียบร้อย "Nobody Nobody But You..." เสียง ring tone ของเรานั่นเอง
หมูอ้วน "เบอร์รี่ อยู่ไหนแย้ว"
เรา "รถไฟฯ สีลมจ๊ะ"
หมูอ้วน "พอดีเลย ไปกินกาแฟ Coffee world กันนะ เค้ากำลังจะถึงพอดี"
เราก้อคิดอยู่ในใจว่า โหกรูอุตส่าห์เดินจากป้ายรถเมล์มาถึงสถานีใต้ดินตั้งไกลนะเนี่ย แต่เอาฟระ เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นี้ก็จะไปเที่ยวหิวหินกับเพื่อนๆ ได้เจอกันบ่อยๆ หน่อยดีกว่า จะได้บรรเทาความคิดถึงช่วงสุดสัปดาห์ที่จะไม่ได้เจอกันไปได้บ้าง " OK ตัวเองอยู่ตรงไหนล่ะ"
หมูอ้วน "จะถึงแล้วเนี่ย"
เรา "ได้ งั้นเดี๋ยวรอตรงทางออกก่อนรูดบัตรนะ"
เกือบสิบนาทีผ่านไปปปปปปปปปปป ไหนฟระ ก้อเลยโทรไป
เรา "อยู่ไหนล่ะ ไหนบอกจะถึงแล้วไง"
หมูอ้วน "นี่ไง อยู่หน้าจุ่มแซ่บแล้วเนี่ย ตัวเองล่ะ"
เวงกำ จุ่มแซ่บนั่นมันสีลมคอมเพล็กซ์แล้วนะยะ
เราก้อของขึ้นเรยยยยยยยยทีนี้ "ไหนบอกว่ารอตรงทางออกไง แล้วไปตรงนั้นได้ไงฟระ ชั้นยืนรออยู่ตรงนี้เนี่ยไม่เห็นผ่านชั้นไปเรยฮะ"
หมูอ้วน "อ้าว นี่ตกลงอยู่ไหนเนี่ย อ้อ รถไฟใต้ดินเหรอ เค้านึกว่ารถไฟฟ้าศาลาแดง"
เราบ่นงุมงำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แมร่งคิดว่าเป็นรถไฟฟ้าได้ไงฟระ ตรูกลับด้วยรถไฟใต้ดินอยู่ทั้งปีทั้งชาติเนี่ย จะไปรถไฟฟ้าไงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ไอ้บร้า โอ๊ย โกรธธธธธธธธธธธธธธธธธธธ ช่วงนี้เมนส์ใกล้มาเยี่ยมอยู่นะเฟร้ย รมณ์บ่ จอย เฟร้ย
หมูอ้วน "ฮะฮะฮะ สงสัยเค้าจะความจำเสื่อมแล้วล่ะ (เหมือนหนังเรื่องความจำสั้นแต่รักฉันยาวน่ะ) ทำไงดี แล้วอย่างนี้ตัวเองจะดูแลเค้ามั้ยเนี่ย งั้นตัวเองเดินมาแล้วกันนะ เดี๋ยวเค้ารอตรงนี้"
กรรม ของกรู ของกำลังขึ้นอยู่ ยังไม่เคลียร์ ยังจะมายิงมุขตอนนี้ เฮ้อ ไอ้เราก้อเดินไปสงบอารมณ์ไป 1 2 3 4 5 6 ... 10 สาบานได้ว่าเดินนับไปอย่างนี้จริงๆ เพราะไม่อยากให้เจอกันแล้วไม่สบายใจ แต่ก้อแอบคิดในใจ เดี๋ยวชิวต้องสำนึกผิดแล้วเดินมารับเราแน่ๆ เดี๋ยวต้องเจอกันระหว่างทางแน่เลย แต่เอ๊ะจะเดินสวนกันมั้ยนะ เราก้อเลยเดินไป มองซ้ายที ขวาที เหมือนคนทำของหาย เดินไปเรื่อยๆ จนถึงที่นัดหมาย ต้องตัดใจแล้วล่ะ ชิวไม่มารับตรูแน่ น่าน ยืนรอในห้างแอร์เย็นๆ อยู่นั่นเองงงง เอาวะ ไหนๆแล้ว ใจเย็นเข้าไว้
ระหว่างทางเดินไปร้านกาแฟ
เรา "อยากกินวาฟเฟิลใส่ไอติมด้วยนะ"
หมูอ้วน "เดี๋ยวก้ออ้วนหรอก เดี๋ยวก้อต้องกลับไปกินข้าวอีกนะ"
เรา "ไม่กินแล้ว จะกินแต่วาฟเฟิลแทนข้าวนี่แหล่ะ"
หมูอ้วน "จะดีเหรอ"
เรา "โอ๊ย จะกิน จะกิน จะกิน" พูดไปพร้อมกระทืบเท้าด้วย ของขึ้นรอบสองแล้วนะเฟร้ยยยย
ถึงแล้วร้านกาแฟ เฮ้อได้นั่งโซฟานุ่มๆ แอร์เย็นๆ ค่อยยังชั่วหน่อย ภูเขาไฟเริ่มสงบ นั่งแกะขนมเค้กต้นกก รสช็อคนิ่ม กับ รสส้ม ให้ชิวกินอย่างพิถีพิถัน อื้มอร่อย ความรักเริ่มหมุนรอบตัวอีกครั้ง 555 กาแฟมาเสริฟ อื้มมม อร่อย กินกับวิปครีมยิ่งอร่อย
หมูอ้วน "กินทั้งกาแฟ ทั้งวาฟเฟิล นี่เท่ากับกินข้าว 4 จานเลยนะเนี่ย"
บึ้มมมมมมมม ภูเขาไฟระเบิด แต่ระเบิดออกมาเป็นน้ำว่ะ น้ำในตากรูไง ทนไม่ไหวแล้ว shot ที่ 3 ในช่วงเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แม่เจ้า น้ำตาไหลแหมะ แหมะ ด้วยความเงียบบบบ แล้ววาฟเฟิลเจ้ากรรม ก้อมา แมร่งจะทำไมฟระตอนนี้เนี่ย ไม่มีอารมณ์กินเว๊ย
หมูอ้วน "โอ๋ เค้าขอโทษ เค้าไม่ได้ว่าตัวเองนะ เค้าพูดให้ฟังเฉยๆ มากินมะ" แล้วชิวก้อเริ่มตัดวาฟเฟิล ปาดไอติม โปะวิปครีม ราดซอสช็อคโกแลตให้อย่างดี
แล้วความคิดชั่วๆ ก้อแล่นเข้ามาในหัวภูเขาไฟที่กำลังระอุ เอาเงินวางบนโต๊ะค่าอาหารเลย แล้วลุกออกไปซะ
แต่ด้านที่เป็นนางฟ้าในใจของชั้นก้อชนะจนได้ อย่าเลยนะ มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ปล่าวๆ แย่แน่ๆ เดี๋ยวจะเสียใจทีหลังนะ ใจเย็นๆๆๆๆ
เราก้อเลยหันมากินวาฟเฟิลทั้งน้ำตา จริงๆมันจะไหลมากกว่านี้แต่แมร่งอายว่ะ คนเริ่มเยอะแล้ว กินไปเรื่อยๆ ทำไมไม่หมดซะทีฟระ ทำไมวันนี้วาฟเฟิลมันไม่อร่อยเลย ขมมาก ความเงียบเริ่มครอบงำอีกครั้ง แต่ก้อกินจนหมดนั่นแหล่ะ
เรา "กลับกันเถอะ"
แล้วก้อเดินกลับเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ไม่คุย ไม่มองหน้า แต่ชิวก้อยังพูดเพื่อทำให้มันปกติขึ้น แต่ชั้นทำไม่ได้ทำได้แค่นี้แหล่ะ ไม่ว่า ไม่บ่น ไม่ร้องไห้แล้ว ไม่เดินหนี จนถึงทางแยก "บ๊าย บาย" พร้อมโบกมือนิดๆ ทำได้แค่นี้จริงๆ
ตอนเดินกลับมาในใจก้อปุด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันมาอีกแล้ว กำลังจะประทุอีกแล้ว ทำไงดี อืมมมมมม อียุ ทำไรอยู่ฟระ มารับรู้เรื่องของชั้นซะดีๆ เผื่อชั้นจะได้อารมณ์ดีขึ้น พอโทรไปหามัน เล่าไป หัวเราะไป ร้องไห้ไป เหมือนคนบ้าเลยตรู แต่ก้อรู้สึกดีขึ้นมาก เพราะพอได้พูดจึงเริ่มรู้สึกได้ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตไรเลย จริงๆ
หลังจากมีสติก้อเลยลองวิเคราะห์สาเหตุดูพบว่าเกิดจาก
1. เมนส์ใกล้จะมา เหมือนภูเขาไฟที่พร้อมจะประทุออกมาได้ทุกเมื่อ ถ้ามีอะไรมากระตุ้นเพียงเล็กน้อย
2. ชิวสับสนอาไรที่ไม่ควรจริงๆ และยังพูดไรไม่เข้าหูอีกต่างหาก
3. เราไม่ได้งอนกันมานานมากกกกกกกกกกกกกก นานจนนึกไม่ออกจริงๆ ว่าครั้งสุดท้ายนี่เมื่อไหร่วะ (คิดว่าคงเป็นปีๆ เลยนะ) มันนานมากจนทำให้ชิวลืมวิธีง้อเราไปแล้วง่ะ สงสัยต้อง train กันใหม่ซะแย้ว
และแล้วตอนกำลังนั่งพิมพ์อยู่ชิวก็โทรมา ชั้นว่าแล้วว่าต้องทำเนียน
หมูอ้วน "เค้าไม่รู้เรื่อง เค้าขอโทษ เค้าไม่รู้เรื่อง โยโปโป๊ย"
แล้วเราก้อโกรธไม่ลง จริงๆ ก้อไม่ได้โกรธแล้วล่ะ แต่ขอหน่อยเถอะ
เรา "ไม่ได้ แค่ขอโทษไม่พอ ต้องบอกว่า ต่อไปนี้จะไม่ทำอีกแล้วครับ"
หมูอ้วน "ต่อไปนี้จะไม่ทำอีกแล้วคับ"
เรา "จะไม่ทำอีกแล้วจริงๆคับ"
หมูอ้วน "จะไม่ทำอีกแล้วจริงๆคับ"
เฮ้อ จบแบบแฮปปี้เหมือนเดิม 555 รักนะจุ๊บๆ (ขอบใจนะสำหรับคนที่ทนอ่านเรื่องยาววววววว นี้จนจบ แต่จะมีใครอ่านจนจบป่าววะ แมร่งยาวชิบเป๋งเลย พิมพ์จนเมื่อยไปหมด ^^)
วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2552
ภูเก็ตหรรษา
อาทิตย์ก่อนไปทำงานที่ภูเก็ตมาจ๊ะก็เลยได้โอกาสเที่ยวด้วยซะเลย 555
ก่อนอื่นขอโชว์รูปห้องพักอันงดงามที่ "Sino House" จ๊ะ (ขอบคุณเพื่อนยุนะจ๊ะที่แนะนำ)
ต่อมาก็ต้องไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่แหลมพรหมเทพจ๊ะ ก็สวยดีนะ แต่คนเยอะไปหน่อย เหมือนตลาดนัดเลยอ่ะ
และที่ประทับใจสุดๆ คือเกาะไข่นอกจ๊ะ เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ห่างจากฝั่งเพียง 20 นาทีเท่านั้น ถึงจะจิ๋วแต่แจ๋วนะจ๊ะขอบอกเพราะน้ำใสมากกกกกก และที่สำคัญปลาเยอะสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ แถมเป็นมิตรมาก มาว่ายวนเวียนอยู่ในน้ำตื้นๆแค่หัวเข่าเราเท่านั้นเอง แค่สวม snoggle ลงไปดูใกล้ๆ ก็ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในตู้ปลาเลยจริงๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อชูชีพเลย (ซึ่งปกติมันสำคัญมากสำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นอย่างเรา 555) ไปดูรูปดีกว่าบรรยายไม่ถูกแย้ว
ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้นคับพี่น้อง เราไปดำน้ำต่อกันแบบจริงๆ จังๆ ที่อ่าวมาหยาจ๊า น้ำสีเขียวมรกตใสแบบสุดๆไปเลยคับ
และแล้วทริปนี้ก้อจบลงด้วยความแฮปปี้สุดๆ ขอขอบคุณตากล้องพี่เล้งและตากล้องเพื่อนไก่มากๆ นะจ๊ะ ที่ทำให้ได้ภาพสวยๆ ไว้ทริปหน้าเจอกันอีกเน่อ ^^
ก่อนอื่นขอโชว์รูปห้องพักอันงดงามที่ "Sino House" จ๊ะ (ขอบคุณเพื่อนยุนะจ๊ะที่แนะนำ)
ต่อมาก็ต้องไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่แหลมพรหมเทพจ๊ะ ก็สวยดีนะ แต่คนเยอะไปหน่อย เหมือนตลาดนัดเลยอ่ะ
และที่ประทับใจสุดๆ คือเกาะไข่นอกจ๊ะ เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ห่างจากฝั่งเพียง 20 นาทีเท่านั้น ถึงจะจิ๋วแต่แจ๋วนะจ๊ะขอบอกเพราะน้ำใสมากกกกกก และที่สำคัญปลาเยอะสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ แถมเป็นมิตรมาก มาว่ายวนเวียนอยู่ในน้ำตื้นๆแค่หัวเข่าเราเท่านั้นเอง แค่สวม snoggle ลงไปดูใกล้ๆ ก็ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในตู้ปลาเลยจริงๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อชูชีพเลย (ซึ่งปกติมันสำคัญมากสำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นอย่างเรา 555) ไปดูรูปดีกว่าบรรยายไม่ถูกแย้ว
ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้นคับพี่น้อง เราไปดำน้ำต่อกันแบบจริงๆ จังๆ ที่อ่าวมาหยาจ๊า น้ำสีเขียวมรกตใสแบบสุดๆไปเลยคับ
และแล้วทริปนี้ก้อจบลงด้วยความแฮปปี้สุดๆ ขอขอบคุณตากล้องพี่เล้งและตากล้องเพื่อนไก่มากๆ นะจ๊ะ ที่ทำให้ได้ภาพสวยๆ ไว้ทริปหน้าเจอกันอีกเน่อ ^^
วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2552
ความจำสั้น แต่รักฉันยาว
แต่ชิวเรียก ความจำสั้น แต่อวัยวะฉันยาว (แขนจ๊ะ แขน อย่าคิดมากเหมือนเรานะ)
หนังไทยแบบ Feel Good เรื่องหนึ่งของ
แนวหนังรัก ที่มีมุขตลกเยอะมากกกกก (หรือชั้นเส้นตื้นวะ หัวเราะแมร่งทุกมุข)
เรื่องย่อนะ มีคู่รัก2คู่ คู่เป้กะญารินดา - เป้ไว้ผมแบบนี้แล้วหล่อดี ในหนังแมร่งปากหมามากกกกก ฮาดี คู่นี้ไม่ซึ้งเท่าไหร่ แต่เน้นฮา
คู่ลุงจำรัสกะป้าโนบิตะ (ป้าเค้าเป็นคนพากย์เสียงโนบิตะน่ะ) - ซึ้งมากกกอ่ะ แอบคิดว่าตอนแก่เรากะชิวจะเป็นแบบนี้มั้ยน้า แต่คิดว่าไม่ใช่ก้อคงใกล้เคียงเพราะชิวชอบเล่นมุขเสี่ยวๆ (เสี่ยวก้อรักนะจ๊ะ) เหมือนลุงจำรัสเลย น่ารักดี ตอนซึ้งนี่น้ำตาไหลเลยแก
แต่ที่ชอบที่สุดคือ สะพานลอย-หมาที่นางเอกเก็บมาเลี้ยง หมาไรฟระแมร่งมีคิ้ว
(คิ้วหนากว่าตูอีก)
ขอเล่ามุขนึงนะ ตลกอ่ะตอนนางเองเรียกหมาๆ ที่บ้าน -> โพไซดอน, เหม่งจ๋าย, สวนลุม คือนางเอกตั้งชื่อตามสถานที่ที่เจอพวกมันน่ะ
ให้คะแนนเลยแล้วกันนะ เอาไป 8 /10 นะจ๊ะ เพราะฮาหมายมุข และแอบซึ้งจนน้ำตาร่วงได้ด้วย แต่หักคะแนนที่หนังเดาง่ายไปหน่อย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)










